Blog
การใช้สารสกัด Functional Extracts ในสูตรผลิตภัณฑ์: Tips สำหรับนักพัฒนา (Product Developers)
“สารสกัด” กลายเป็นหัวใจของนวัตกรรมอาหารยุคใหม่ ในยุคที่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ “ดีต่อสุขภาพ และให้ประโยชน์เฉพาะทาง” Functional Extracts (สารสกัดเชิงหน้าที่) ได้กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริม สารสกัดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเสริมรสชาติหรือสีสันเท่านั้น แต่เป็น “ฟังก์ชัน” ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยในการนอนหลับ หรือเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
สำหรับนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D / Formulator) การเลือกและใช้สารสกัดให้ถูกวิธี คือกุญแจสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ ทั้งมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และถูกใจผู้บริโภค
Functional Extracts คืออะไร?
คือ “สารสกัดที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพ (Bioactive Compounds)” ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ, สารช่วยเผาผลาญไขมัน, หรือสารเสริมสมาธิ
ตัวอย่างเช่น
- สารสกัดโสม (Ginseng Extract) – เสริมพลังและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย
- สารสกัดชาเขียว (Green Tea Extract) – มี EGCG ช่วยเผาผลาญไขมัน
- สารสกัดใบบัวบก (Centella Asiatica Extract) – ช่วยลดการอักเสบและบำรุงผิว
- สารสกัดขมิ้นชัน (Curcumin Extract) – ต้านการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน
- สารสกัดเห็ดหลินจือ / ถั่งเช่า / อะดาโพบเจน (Adaptogens) – ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมดุลร่างกาย
การใช้สารสกัดในสูตรผลิตภัณฑ์: 5 เคล็ดลับสำคัญสำหรับนักพัฒนา
1. เริ่มจาก “วัตถุประสงค์” ของผลิตภัณฑ์
ก่อนเลือกสารสกัด ให้ถามตัวเองว่า ผลิตภัณฑ์ต้องการสื่อ “ฟังก์ชัน” ด้านใด? เช่น
- เสริมภูมิคุ้มกัน ใช้ Beta-glucan, Elderberry Extract
- บำรุงผิว ใช้ Collagen Peptide, Grape Seed Extract
- เพิ่มพลังงาน / สมาธิ ใช้ Ginseng, Caffeine, Rhodiola Rosea
Tips: เลือกสารสกัดที่มีผลการวิจัย (Research-Based) รองรับ เพื่อช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์
2. ตรวจสอบความเข้มข้นของสารสำคัญ (Standardization) สารสกัดที่ดีควร “ระบุเปอร์เซ็นต์ของสารออกฤทธิ์หลัก” เช่น
- Green Tea Extract (≥ 50% EGCG)
- Ginseng Extract (≥ 10% Ginsenosides)
- Turmeric Extract (≥ 95% Curcuminoids)
เหตุผล: การใช้สารสกัดมาตรฐาน (Standardized Extracts) ช่วยให้สูตรมีความสม่ำเสมอ ผลิตภัณฑ์คงคุณภาพทุกล็อต
3. พิจารณาความเข้ากันได้ในสูตร (Compatibility)
สารสกัดบางชนิดอาจมี สี กลิ่น หรือรสเข้มข้น เช่น Curcumin, Chlorophyllin, หรือ Herbal Extracts นักพัฒนาจำเป็นต้องปรับสมดุลรสชาติด้วย
- สารแต่งรสธรรมชาติ
- สารให้ความหวาน (เช่น Stevia, Erythritol)
- การเคลือบผง (Encapsulation) เพื่อลดกลิ่นและเพิ่มความคงตัว
4. ความคงตัวของสารสกัด (Stability)
สิ่งที่นักพัฒนาไม่ควรมองข้ามคือ “เสถียรภาพของสารออกฤทธิ์” เพราะบางชนิดไวต่อแสง ความร้อน หรือค่า pH เช่น
- Curcumin / Vitamin C สลายตัวได้ง่ายเมื่อโดนแสงหรือออกซิเจน
- Probiotic / Enzyme เสื่อมคุณภาพในสภาวะความร้อนสูง
คำแนะนำ: เลือกสารสกัดที่ผ่านกระบวนการ Microencapsulation / Spray Dry / Freeze Dry เพื่อยืดอายุและรักษาความคงตัวของสารสำคัญ
5. การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด (Compliance & Safety)
สารสกัดทุกชนิดที่ใช้ในอาหารหรืออาหารเสริม ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ
- อย. (ประเทศไทย)
- EFSA (ยุโรป) หรือ FDA (สหรัฐฯ) หากส่งออก
Tips: ควรขอเอกสารรับรอง เช่น COA, MSDS, หรือ Halal Certificate จาก Supplier ทุกครั้ง
การใช้ Functional Extracts อย่างเหมาะสมคือ “จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมอาหารยุคใหม่” นักพัฒนาควรใส่ใจทั้งด้าน คุณภาพสารสกัด ความเข้ากันของสูตร และความปลอดภัย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและตลาดสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง “ฟังก์ชันดี มีคุณค่า ใช้ได้จริง” คือแนวคิดที่นักพัฒนาอาหารยุคใหม่ควรยึดไว้เสมอ
